LATEST ARTICLES

หุ้นส่วนคนหนึ่งคนใด แม้ไม่ได้เป็นกรรมการบริษัท เมื่อบริษัทประสบปัญหาจะขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทได้หรือไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057 “ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดร้องขอเมื่อมีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังจะกล่าวต่อไปนี้ ศาลอาจสั่งให้ห้างหุ้นส่วนสามัญเลิกกันเสียก็ได้ คือ (1) เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งนอกจากผู้ร้องฟ้องนั้น ล่วงละเมิดบทบังคับใด ๆ อันเป็นข้อสาระสำคัญซึ่งสัญญาหุ้นส่วนกำหนดไว้แก่ตน โดยจงใจหรือเลินเล่ออย่างร้ายแรง (2) เมื่อกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้นจะทำไปก็มีแต่ขาดทุนอย่างเดียว และไม่มีหวังจะกลับฟื้นตัวได้อีก (3) เมื่อมีเหตุอื่นใด ๆ ทำให้ห้างหุ้นส่วนนั้นเหลือวิสัยที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้” การเลิกโดยคำสั่งศาลนี้ ศาลอาจสั่งให้เลิกห้างหรือไม่ก็ได้ เป็นดุลพินิจศาล โดยบุคคลที่จะร้องขอต่อศาลได้นั้น คือ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดก็ได้ กฎหมายไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นคนที่ไม่ได้ละเมิด ดังนั้น ใครก็ได้ที่เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนสามัญ ก็สามารถยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8454/2559 ผู้ร้องบรรยายคำร้องขอขอให้ศาลมีคำสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. โดยเหตุกิจการของห้างที่จะทำไปก็มีแต่ขาดทุนอย่างเดียวและไม่มีหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้อีก และผู้เป็นหุ้นส่วนดำเนินคดีฟ้องร้องกันหลายเรื่องจนไม่สามารถจะร่วมทำกิจการต่อไปได้ ทั้งผู้ร้องยกเลิกสัมปทานค้าขายน้ำมัน รื้อถอนถังบรรจุน้ำมันและตู้จ่ายน้ำมันคืนแก่บริษัท อ. ไปแล้ว อันเป็นเหตุทำให้ห้างหุ้นส่วนเหลือวิสัยที่จะดำรงอยู่ต่อไปได้ ซึ่งเป็นเหตุตาม...
  คำถาม เจ้าหนี้ต้องรู้ สัญญาเงินกู้หายฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่ คำตอบเคยมีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2539 การนำสืบว่าหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือสูญหายไปนั้นโจทก์นำสืบด้วยพยานบุคคลได้เพราะเป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงส่วนการนำสืบพยานบุคคลว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ตามหลักฐานแห่งการกู้ยืมที่สูญหายไปต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนเมื่อศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์นำพยานบุคคลเข้าสืบได้ตลอดทั้งเรื่องถือได้อนุญาตโดยปริยายการสืบพยานของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา93(2) โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2532 จำเลยกู้เงินโจทก์จำนวน 40,000 บาท กำหนดชำระคืนภายใน 3 เดือนจำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน แต่หลักฐานแห่งการกู้ยืมได้สูญหายไปโจทก์ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแพไว้แล้ว จำเลยได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว ครั้นครบกำหนด 3 เดือนจำเลยไม่ยอมชำระเงินคืนโจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 40,000 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2532 จนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญากู้ยืมและรับเงินจำนวน40,000 บาท จากโจทก์ โจทก์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแพเรื่องสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยหายไปเป็นการกระทำของโจทก์ฝ่ายเดียวซึ่งไม่เป็นความจริง โจทก์จึงไม่มีสิทธินำหลักฐานการแจ้งความมาใช้เป็นหลักฐานฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยเพราะมิใช่สัญญากู้ยืมและมิใช่หลักฐานการกู้ยืมตามกฎหมายขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 40,000 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค...
#สัญญาประกันภัย คืออะไร ปรากฎในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 861 ใจความว่า สัญญาประกันภัยเป็นสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ ในกรณีวินาศภัยหากมีขึ้น หรือในเหตุอย่างอื่นในอนาคตดังระบุไว้ในสัญญา และบุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่าเบี้ยประกันภัย (มาตรา861) วินาศภัยที่จะเอามาประกันภัยได้ต้องเป็นวินาศภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหลังจากทำสัญญาแล้ว #จะนำเอาวินาศภัยที่เกิดขึ้นแล้วมาทำสัญญาประกันภัยไม่ได้ ฎีกาที่ 2513/2518 กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์สิ้นอายุเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคมเกิดอุบัติเหตุ ผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยออกกรมธรรม์ใหม่เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 22 กรกฎาคม กรณีเช่นนี้ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดในสัญญาประกันภัย ในส่วนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรับประกันวินาศภัยที่ #เกิดขึ้นแล้ว #โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า วินาศภัยหากมีขึ้นตามมาตรา 861 ว่าหมายถึง #วินาศภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตหลังจากวันทำสัญญา วินาศภัยที่เกิดขึ้นแล้วจะเอามาประกันภัยไม่ได้ แม้กรมธรรม์ประกันภัยจะระบุอายุการประกันภัยย้อนหลังเป็นวันที่ 22 กรกฎาคม ก่อนเกิดวินาศภัย ก็หาทำให้ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิ์เรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยใช้ค่าเสียหายตามกรมธรรม์นั้นได้ไม่...
“บุตรนอกกฎหมาย มีสิทธิอะไรบ้าง" ๑.บุตรที่เกิดระหว่างบิดามารดาอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภรรยาและจดทะเบียนสมรสกันแล้ว จนกระทั้งบิดาถึงแก่กรรม จึงมีคำพิพากษาของศาลชี้ขาดว่า การจดทะเบียนสมรสระหว่างบิดามารดาไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะขณะนั้นบิดายังมีภรรยาเดิมอยู่ไม่ได้หย่าขาดจากกัน ต้องถือว่าบุตรเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดาตลอดมา มีสิทธิ์รับมรดกบิดา คำพิพากษาฏีกา ๑๕๘๐/๒๔๙๔ ๒.ผู้ร้องเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ถือเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิ์รับมรดกของผู้ตายในลำดับที่ ๑ ของ ปพพ มาตรา ๑๖๒๙(๑) หาจำต้องฟ้องคดีขอให้รับเป็นบุตรหรือต้องมีคำส่างศาลว่า เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายเสียก่อนไม่ ผู้คัดค้านเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาของผู้ตาย ไม่ใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่ร้องขอตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก หรือร่วมกับผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ ตาม ปวพ มาตรา ๑๖๑กำหนดให้ศาลต้องสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมไม่ว่าคู่ความจะมีคำขอหรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งและศาลอุทธรณ์ก็ไมได้แก้ไข เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฏีกาแก้ไขได้ คำพิพากษาฏีกาที่ ๖๗๗/๒๕๓๗ ๓.ชายอยู่กินกับหญิง แสดงความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาในที่ต่างๆอย่างเปิดเผย เป็นการยอมรับว่าหญิงเป็นภรรยา มีการจัดงานเลี้ยงฉลองการตั้งครรถ์ เป็นการรับรองว่าโจทก์ซึ่งเป็นทารกในครรถ์มารดาเป็นบุตรของตน โจทก์จึงเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว...
การจอดรถบนถนนกับจอดรถข้างถนนแล้วมีรถอื่นมาชนมีคนตายเป็นความผิดหรือไม่ หลักเกณฑ์ของการกระทำโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสี่ บัญญัติว่า กระทำโดยประมาทได้แก่กระทำความผิด มิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ มาดูตัวอย่างตามปัญหาข้างต้น 1.กรณีที่ถือว่าเป็นการกระทําโดยประมาท กรณีการจอดรถบนถนน   คำพิพากษาฎีกาที่ 2884/2555 ...การที่จำเลยจอดรถโดยส่วนของรถล้ำเข้าไปในช่องเดินรถด้านซ้ายเกือบครึ่งคันรถ ควรที่จำเลยจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด กล่าวคือต้องแสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณเพื่อให้รถที่แล่นผ่านบริเวณนั้นได้เห็นชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ... การที่ผู้ตายขับรถมาตามทางแล้วเฉี่ยวชนท้ายรถคันที่จำเลยขับ โดยท้ายรถของผู้ตายชนกับท้ายรถคันที่จำเลยขับ แสดงให้เห็นว่าผู้ตายได้ห้ามล้อรถอย่างกะทันหัน ทำให้รถหมุน ย่อมบ่งแสดงว่าผู้ตายเห็นรถคันที่จำเลยขับมาจอดไว้ในระยะกระชั้นชิด หรือมิฉะนั้นอาจเกิดจากผู้ตายขับรถทับยางรถยนต์ที่จำเลยวางไว้ จึงตกใจห้ามล้ออย่างกะทันหัน ... เนื่องจากสียางรถยนต์กับสีพื้นถนนกลมกลืนกัน ทำให้ผู้ตายมองไม่เห็นเมื่อรถทับยางจึงตกใจแล้วจึงห้ามล้อ ... เหตุเฉี่ยวชนกันจึงเกิดจากความประมาทของจำเลย ที่จอดรถล้ำเข้าไปในช่องเดินรถ แล้วไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณให้ผู้ตายที่ขับตามหลังมาเห็น แต่การกระทำฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับความผิดฐานจอดรถโดยไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท จึงลงโทษบทหนัก กรณีการจอดรถที่เสียอยู่บนถนน คำพิพากษาฎีกาที่ 2890/2555 ...ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน แม้ที่เกิดเหตุเป็นถนนตรงตรงไม่ใช่ทางโค้ง แต่รถกระบะของจำเลยที่จอดเสียอยู่บนถนนไม่ได้เปิดไฟหรือให้สัญญาณใดๆไว้ ให้ผู้ร่วมทางคนอื่นเห็นได้ชัดเจนในระยะไกล ... แม้ผู้ตายจะไม่ได้ขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงมากนัก ก็น่าเชื่อว่าไม่อาจมองเห็นรถกระบะของจำเลยที่จอดเสียอยู่ในระยะไกลพอ ที่จะห้ามล้อหรือหยุดรถจักรยานยนต์เพื่อไม่ให้ชนได้ทัน ที่ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ตามหลังมาและพุ่งเข้าชนรถกระบะของจำเลยโดยไม่ปรากฏมีร่องรอยการห้ามล้อของรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับ ก็น่าจะสันนิษฐานได้แต่เพียงว่าผู้ตายไม่สามารถมองเห็นรถกระบะที่จำเลยขับจอดเสียอยู่ในระยะที่พอจะห้ามล้อรถจักรยานยนต์ให้หยุดลงได้ ......
ลูกจ้างที่นายจ้างอาจเรียกหรือรับ หลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานได้ ก็คือลูกจ้างที่ทำงานในลักษณะหรือสภาพต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้ อย่างไรก็ตามลักษณะหรือสภาพของงานประเภทใดที่นายจ้างเรียกหรือรับประกันจากลูกจ้างได้ ประเภทของหลักประกัน จำนวนมูลค่าของหลักประกัน และวิธีการเก็บรักษา ถูกกำหนดไว้ในประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่ง ประกาศกระทรวงแรงงาน #เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสี่ยงในการทำงานจากลูกจ้าง พศ 2551 กำหนดว่า #ข้อ4 ลักษณะหรือสภาพของงานที่นายจ้างจะเรียกหรือรับประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้างได้ ได้แก่ (1) งานสมุห์บัญชี (2) งานพนักงานเก็บหรือจ่ายเงิน (3) งานควบคุมหรือรับผิดชอบเกี่ยวกับวัตถุมีค่า คือเพชร พลอยเงิน ทองคำ ทองคำขาวและไข่มุก (4) งานเฝ้าหรือดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของนายจ้าง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายจ้าง (5) งานติดตามเร่งรัดหนี้สิน (6) งานควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ (7) งานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการคลังสินค้า ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่าทรัพย์ ให้เช่าซื้อ ให้กู้ยืม รับฝากทรัพย์ รับจำนอง รับจำนำ รับประกันภัย รับโอนหรือรับจัดส่ง บริการธนาคาร ทางนี้...
ปัญหากรมธรรม์ประกันภัยแบบเฉพาะภัย 2+ 3+ ที่เกิดข้อพิพาทระหว่างลูกค้า กับ บ.ประกันภัย ขึ้นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกา คำพิพากษาฎีกาที่ 5238/2561 ...ตามกรมธรรม์ประกันภัยแบบคุ้มครองเฉพาะภัยระบุว่า บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาประกันภัยต่อรถยนต์... และผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ ...อันเป็นเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ในฐานะนายทะเบียนมีคำสั่งนายทะเบียนที่ 4/2551 ออกตามความในมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยพ.ศ 2535 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับได้ ...กำหนดว่าการแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ ให้หมายความรวมถึงผู้เอาประกันภัยต้องสามารถแจ้งหมายเลขทะเบียนรถยนต์ของคู่กรณี ให้บริษัททราบ โดยไม่จำเป็นต้องให้รายละเอียดถึงผู้ขับขี่รถยนต์คู่กรณี ...เมื่อโจทก์ผู้เอาประกันภัยไม่ทราบหมายเลขทะเบียน รถจักรยานยนต์ที่จอดระบุว่าขับมาเฉี่ยวชนรถยนต์ของโจทก์ที่เอาประกันภัยไว้กับจำเลย จนได้รับความเสียหาย ...ย่อมถือไม่ได้ว่าโจทก์สามารถแจ้งให้จำเลยทราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ เป็นกรณีเข้าข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยแบบคุ้มครองเฉพาะภัย จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ สรุป กรมธรรมรถยนต์ประเภทเฉพาะภัย 2+3+ หากไม่สามารถแจ้งให้ทราบคู่กรณีได้ ก็จะเคลมเรียกค่าสินไหมทดแทนจาก บ.ประกันภัย ไม่ได้ มีปัญหาคดีประกันภัย ติดต่อทนายอธิป 091 712 7444
ซื้อขายรถยนต์โดยผู้ขายยังมิได้ส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์และโอนชื่อในทะเบียนให้แก่ผู้ซื้อ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์จะเป็นของฝ่ายใด และหากผู้ซื้อไม่ยอมชำระเงินที่ค้าง ผู้ขายจะเอารถยนต์กลับคืนมาโดยพลการเป็นความผิดหรือไม่ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาฎีกาที่ 9603/2553 (ประชุมใหญ่) โจทก์ร่วมตกลงซื้อรถยนต์กับจำเลยในราคา 310,000 บาท ซึ่งในสัญญาข้อ 3 ระบุว่า จำเลยตกลงรับชำระราคารถยนต์จำนวน 200,000 บาท ในวันที่ 28 ตุลาคม 2540 ส่วนจำนวนที่เหลือจะชำระให้จำเลยในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2540 สัญญาซื้อขายดังกล่าวไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์แต่ประการใด จึงเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมโอนให้แก่โจทก์ร่วมตั้งแต่เมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453,458 ใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์มิใช่เอกสารสำคัญที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ เพียงแต่เป็นพยานหลักฐานอันหนึ่งที่แสดงถึงการเสียภาษีประจำปี และแสดงว่าผู้มีชื่อในใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์น่าจะเป็นเจ้าของเท่านั้น คดีจึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันดังกล่าว ดังนั้น การที่จำเลยขับรถยนต์ไปจากที่จอดรถ จึงเป็นการเอารถยนต์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ร่วมไปโดยไม่มีอำนาจ แม้จำเลยจะอ้างว่าสืบเนื่องจากโจทก์ร่วมไม่ยอมชำระหนี้ที่ค้าง แต่เป็นการใช้อำนาจบังคับให้ชำระหนี้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์ร่วมค้างชำระราคารถยนต์แก่จำเลยเพียง 20,000 บาท แต่จำเลยจะให้โจทก์ร่วมชำระเงินแก่จำเลยถึง 100,000 บาท การที่จำเลยเอารถยนต์ไปจากโจทก์ร่วมเพื่อเรียกร้องให้โจทก์ร่วมชำระหนี้นั้น...
นายจ้างให้ลูกจ้างขับรถยนต์ของลูกค้าไปทดลองขับ หลังจากการเปลี่ยนยาง แต่ลูกจ้างลักรถยนต์ไป นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดด้วยหรือไม่ และผู้รับประกันภัยรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยจะฟ้องบุคคลภายนอกให้ส่งคืนรถยนต์ที่ลักไปได้หรือไม่ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาฎีกาที่ 2706/2557 จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของ อ. ผู้เอาประกันภัยไปลองยาง ภายหลังจากการเปลี่ยนยางซึ่งเป็นกิจการของจำเลยที่ 2 จากนั้นจำเลยที่ 1 และรถยนต์ดังกล่าวไปอันเป็นการละเมิดและกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ดังนั้น จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 ส่วนการที่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของ อ. ผู้เอาประกันภัยไปทดลองขับภายหลังจากการเปลี่ยนยาง จากนั้นจำเลยที่ 1 ลักรถยนต์ดังกล่าวไป ดังนั้นกรณีจึงมิใช่เกิดจากการที่ อ. ผู้เอาประกันภัยไม่นำกุญแจรถยนต์ออกจากรถ และล็อคประตูรถยนต์ให้เรียบร้อยปลอดภัย  อ....
คดีแรงงาน ความผิดร้ายแรงที่เลิกจ้างได้ทันที นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินมีเรื่องอะไรบ้าง ตอนที่ 2 เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกา ตัดสินไว้ว่า ความผิดร้ายแรงที่เลิกจ้างได้ทันทีไม่ต้องจ่ายเงินใดๆ ได้กำหนดไว้ในพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 มีทั้งหมด 6 ประเภท ประเภทที่ 1 ได้กล่าวไปแล้วในตอนที่ 1 ในตอนที่ 2 นี้มาดูประเภทที่ 2-6 ประเภทที่ 2 อยู่ใน มาตรา119 (2)การจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ที่ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงมีตัวอย่างดังนี้ 1.ขัดคำสั่ง ไม่ช่วยเหลืองานฉุกเฉินของนายจ้าง 2.ผละงานออกมาพร้อมกันหลายคนในเวลาทำงาน 3.นัดหยุดงานผิดขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด 4.เขียนข้อความโจมตีนายจ้างให้บุคคลภายนอกรู้ 5.ส่งข้อความถึงลูกค้าไม่ให้ซื้อสินค้าของนายจ้าง 6.ฟ้องร้องนายจ้าง ฟ้องหน่วยราชการในเรื่องที่ไม่จริง 7.ขัดขวางทางเท้า-ออกของนายจ้าง 8.ทำให้เครื่องจักร เครื่องมือของนายจ้างใช้งานไม่ได้ 9.ถ่วงงาน ดึงงานให้ล่าช้า ให้นายจ้างเสียหาย 10.แนะนำให้ลูกค้าไปซื้อสินค้าของคู่แข่ง 11.นำข้อมูลสำคัญของนายจ้างไปบอกคู่แข่ง 12.รายงานข้อมูลทางการเงิน การขาย การเก็บเป็นเท็จต่อผู้บริหาร 13.ไม่เข้าประชุมกับลูกค้าในเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์สำคัญของนายจ้าง ประเภทที่ 3 อยู่ในมาตรา 119(3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายร้ายแรง มีตัวอย่างดังนี้ 1. ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจทำงานทำให้งานเสียหายจำนวนมาก 2....